• INNOTECH

    ธรรมาภิบาลการลงทุน
    Investment Governance Code Policy: I Code Policy

    บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อินโนเทค จำกัด
    Innotech Asset Management Company Limited



    วัตถุประสงค์

    นโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนฉบับนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสำหรับคณะกรรมการผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ในการบริหารจัดการเงินลงทุนของลูกค้าและผู้ถือหน่วยลงทุนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสและใช้ความรู้ความสามารถเพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดแก่ลูกค้าและผู้ถือหน่วยลงทุนในระยะยาว 



    นโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code Policy - I Code Policy)

    1. การกำหนดนโยบายหลักธรรมาภิบาลการลงทุน

    การกำหนดนโยบายหลักธรรมาภิบาลการลงทุน บริษัทมีการกำหนดนโยบายหลักธรรมาภิบาลการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษรที่ให้ ความสำคัญในการสร้างและถ่ายทอดวัฒนธรรมการลงทุนที่มีธรรมาภิบาลทั้งในและภายนอกองค์กร โดยนโยบายดังกล่าวได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทมีลักษณะดังนี้ • บริษัทมีการกำหนดโครงสร้างองค์กรที่มีการแบ่งแยกสายการบังคับบัญชาตามขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน และมีโครงสร้างการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ และ มีระบบการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม มีการระบุ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง ตลอดจน คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการ จัดการลงทุน และติดตามประเมินผลการจัดการกองทุน • บริษัทมีกระบวนการในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบมีการตัดสินใจและติดตาม การลงทุนที่มีประสิทธิภาพตลอดจนเข้าไปมีส่วนร่วมในการติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ ลงทุนให้ประกอบธุรกิจโดยมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีมีความรับผิดชอบต่อสังคมและ สิ่งแวดล้อม (ESG) รวมถึง การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยอ้างอิงตามข้อกำหนดของ กฎหมายและภาคอุตสาหกรรม • การควบคุมกำกับดูแลมิให้เกิดการใช้ข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ยังไม่ เปิดเผยต่อสาธารณะ • บริษัทมีการใช้มาตรการการบริหารความเสี่ยง และมีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดตาม กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ใน การป้องกันมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลในใช้บริษัทเป็นแหล่งในการฟอกเงิน หรือเป็นแหล่งพัก เงินจากการกระทำผิดตามความผิดมูลฐาน

    2. การป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest)

    การป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) บริษัทมีการกำหนดแนวนโยบายในการป้องกันการกระทำอันมีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์โดยบริษัทมีการสื่อสารและอบรมให้พนักงานเข้าใจและปฏิบัติตามนโยบายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดให้พนักงานรับทราบนโยบาย จรรยาบรรณ และหลักปฏิบัติ ตั้งแต่วันแรกที่ เริ่มปฏิบัติงานและเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในนโยบาย หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติต่างๆ โดยที่บริษัทมี กระบวนการกำกับดูแลและทบทวนนโยบายต่างๆ ให้เป็นปัจจุบัน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง กฎหมายและหลักปฏิบัติต่างๆ ของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ บริษัทมีแนวนโยบายการป้องกันและการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังต่อไปนี้ 

    • กำหนดหลักเกณฑ์ในการป้องกันการรับผลประโยชน์จากผู้ให้บริการ หรือบุคคลอื่นใด (Soft Commission)

    • กำหนดนโยบายเรื่องความถี่ในการซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อไม่ให้เกิดการซื้อขายเกินความ จำเป็น (Churning)

    • กำหนดมาตรการควบคุมดูแลการลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของพนักงาน (Staff Dealing Rule)

    • กำหนดมาตรการและหลักปฏิบัติในการยืมตัวพนักงานโดยการพิจารณาอนุมัติต้องมีการ คำนึงถึงการป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และกำหนดให้ ผู้บริหารระดับสูงในสายงานต้องมีการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร

    • กำหนดมาตรการป้องปรามการใช้ประโยชน์จากการใช้ข้อมูลภายในของกองทุน (insider trading) โดยมาตราการต่างๆ ได้แก่ การกำหนดให้มี Chinese Wall และกำหนดระเบียบการ ปฏิบัติงานให้มีการจำกัดขอบเขตการใช้ข้อมูลภายในเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน (Need to Know Basis) และกำหนดบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายใน ( Access Person) เพื่อการติดตามกำกับดูแล การติดต่อสื่อสารและการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายใน อย่าง เหมาะสม และป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด

    • กำหนดนโยบายและหลักปฏิบัติในการทำธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน โดยการดำเนินการ ใดๆระหว่างบริษัทกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม (arm’s length basis)

    3. การตัดสินใจ และติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิดทันเหตุการณ์ (Activity)

    การตัดสินใจ และติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิดทันเหตุการณ์ (Activity) บริษัทจัดให้มีกระบวนการในการติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุน และสามารถรู้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นและทันเหตุการณ์ บริษัทกำหนดกระบวนการการตัดสินใจลงทุน และติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุน โดยวิเคราะห์ปัจจัยที่สำคัญ เช่น ลักษณะธุรกิจ โครงสร้างธุรกิจ ผลประกอบการติดตามพัฒนาการที่ เป็นทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่อาจกระทบต่อมูลค่า เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทพิจารณาเรื่อง ความยั่งยืนของบริษัทที่ลงทุนด้วย โดยให้ครอบคลุมปัจจัย ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความ รับผิดชอบต่อสังคม ด้านสิ่งแวดล้อมรวมทั้งพิจารณาเรื่องคุณภาพของรายงานและการเปิดเผยข้อมูล ต่างๆ ของบริษัทที่ลงทุน การติดตามบริษัทที่ลงทุนจะรวมไปถึงการติดตามข้อมูลข่าวสารและการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของบริษัทที่ลงทุนสายงานจัดการลงทุนของบริษัทมีการประชุมพบปะกับ ผู้บริหาร หรือนักลงทุนสัมพันธ์ของ บริษัทที่ลงทุน การใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น กรณีพบว่าบริษัทที่ลงทุนไม่ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือมีประเด็นที่เกี่ยวกับ ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม หรือมีสัญญาณของปัญหาที่อาจส่งผลต่อมูลค่าการ ลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจะพิจารณาใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ดังกล่าวตามความเหมาะสม

    4. การเพิ่มระดับในการติดตามบริษัทที่ลงทุนกรณีพบประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุน และประโยชน์ที่ดีทที่สุดของลูกค้า (Escalating investee companies)

    การเพิ่มระดับในการติดตามบริษัทที่ลงทุนกรณีพบประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุนและประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า (Escalating investee companies) บริษัทมีแนวทางปฏิบัติที่ระบุถึงเหตุการณ์และแนวทางที่จำเป็นในการเข้าไปดำเนินการกับบริษัทที่ลงทุนเพิ่มเติมหลังจากที่บริษัทได้ติดตามและดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ 3 แล้วเห็นว่าไม่เพียงพอเพื่อให้บริษัทสามารถมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและฟื้นมูลค่าการลงทุนในบริษัทที่ลงทุนนั้นได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ในการดำเนินการเพิ่มเติม สายงานจัดการลงทุนจะพิจารณาเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการที่ ใช้ตามความจำเป็น เช่น

    • มีหนังสือถึงคณะกรรมการของบริษัทที่ลงทุนเพื่อแจ้งประเด็นข้อสังเกตข้อกังวล

    • เข้าพบประธานกรรมการหรือกรรมการอื่นรวมทั้งกรรมการอิสระ

    • แสดงจุดยืนของบริษัทผ่านทางการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น หรือ ขอเพิ่มวาระในการประชุมกรณีที่บริษัทรับทราบข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อราคาและไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ บริษัทจะมีมาตรการรักษาความลับของข้อมูลดังกล่าวเพื่อป้องกันการกระทำที่อาจผิดกฎหมายและเป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุนรายอื่น 

    5. การใช้สิทธิในการออกเสียงการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ลงทุน (proxy vote)

    การใช้สิทธิในการออกเสียงการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ลงทุน (proxy vote) บริษัทพิจารณาใช้สิทธิออกเสียงในบริษัทที่ลงทุนด้วยความระมัดระวังรอบคอบจากการ พิจารณาข้อมูลอย่างครบถ้วน บริษัทได้มีนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียงในการ ประชุมกับบริษัทที่ลงทุน โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้ 

    • แนวทางในการพิจารณาข้อมูลในแต่ละวาระการประชุม เพื่อตัดสินใจในการใช้สิทธิ ออกเสียงสนับสนุน หรือ คัดค้าน หรืองดออกเสียง

    • มีการเปิดเผยกรณีที่บริษัทมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทที่ลงทุน

    • บริษัทได้เปิดเผยแนวทางการใช้สิทธิ์ออกเสียง และรายงานการใช้สิทธิออกเสียงใน บริษัทที่ลงทุน เพื่อให้ลูกค้าและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผลการใช้สิทธิออกเสียงและ รายละเอียดการใช้สิทธิออกเสียงผ่านช่องทางต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ผ่าน ทางเว็บไซด์ของบริษัท 

    6. การร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นตามความเหมาะสม (Collective Engagement)

    การร่วมมือกับผู้ลงทุนอ่ืนตามความเหมาะสม(Collective Engagement) ในการดำเนินการกับบริษัทที่ลงทุนที่มีประเด็นที่ควรกังวลและบริษัทนั้นยังไม่สามารถแก้ไข ปัญหาได้สำเร็จลุล่วงหลังจากเพิ่มระดับในการติดตามได้ บริษัทมีนโยบายการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่น และผู้มีส่วนได้เสีย (collective engagement) โดยจะเปิดเผยนโยบาย เพื่อทำให้บริษัทที่ลงทุนเห็น ความสำคัญของประเด็นข้อกังวลของบริษัท โดยระบุถึงประเภทของสถานการณ์ที่จะร่วมมือกับผู้ลงทุน อื่นและความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้ลงทุนอื่น ทั้งที่เป็นกลุ่มทางการและไม่เป็นทางการ ในการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นหรือผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อดำเนินการกับบริษัทที่ลงทุน หากเป็นการ ร่วมมือถึงขั้นตกลงร่วมมือกันบริหารกิจการหรือดำเนินการอื่นใด บริษัทจะใช้ความระมัดระวังและ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    7. การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบาย (Disclosure)

    การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบาย (Disclosure) บริษัทมีระบบในการจัดเก็บข้อมูลในการปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนที่ เหมาะสม เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า และมีการทบทวนนโยบายอย่างสม่ำาเสมอ ให้สอดคล้องกับ แนวทางหลักธรรมาภิบาลการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ออกใหม่หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง โดย บริษัทจะเปิดเผยนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนและการปฏิบัติตามนโยบายให้ลูกค้าและผู้ถือหน่วย ลงทุนทราบผ่านทางช่องทางต่างๆ เช่น รายงานประจำปี หรือ ทางเว็บไซต์ของบริษัท



    
    การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และคู่มือภาษีให้ดีก่อนการตัดสินใจลงทุน
    © 2019 INNOTECH ASSET MANAGEMENT COMPANY LIMITED ALL RIGHT RESERVED.